"อาการเป็นฝ้า" มักเกิดกับสีพ่นประเภทแลคเกอร์หรือสีพ่นอุตสาหกรรมสูตรแห้งเร็ว สาเหตุเกิดจากความชื้นในอากาศเข้าไปแทรกตัวในฟิล์มสีขณะที่ทินเนอร์กำลังระเหยตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหน้าสีเย็นลงจนหยดน้ำในอากาศกลั่นตัวเป็นละอองน้ำค้างอยู่ในฟิล์มสี กลายเป็นฝ้าขาวขุ่นนั่นเองครับ
1. วิธีป้องกันก่อนเกิดปัญหา (Prevention)
หากเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องพ่นสีในวันที่มีความชื้นสูง (ความชื้นสัมพัทธ์เกิน 70%) ให้ใช้เทคนิคดังนี้:
ผสมน้ำยากันฝ้า (Retarder Solvent): เติมน้ำยากันฝ้าลงในสีที่ผสมแล้วประมาณ 5-10% น้ำยานี้จะช่วยชะลอการระเหยตัวของทินเนอร์ ทำให้ฟิล์มสีค่อยๆ แห้งและละอองน้ำระเหยออกไปได้ทัน
พ่นบางๆ หลายเที่ยว: การพ่นหนาเกินไปจะกักเก็บความชื้นไว้ใต้ฟิล์มสีได้มากกว่า การพ่นบางๆ จะช่วยให้ความชื้นระเหยออกได้ง่ายกว่า
อุ่นชิ้นงาน: หากเป็นไปได้ ให้ใช้โคมไฟสปอร์ตไลท์ส่องอุ่นชิ้นงานก่อนพ่น เพื่อลดการกลั่นตัวของความชื้นบนผิวไม้
2. วิธีแก้ไขเมื่อเกิดฝ้าขึ้นแล้ว (Repairing)
หากพ่นไปแล้วพบว่างานเริ่มขาวขุ่น อย่าเพิ่งตกใจครับ มีวิธีแก้ตามระดับความรุนแรง:
ฝ้าจางๆ: ให้พ่นทับด้วยทินเนอร์เปล่าๆ หรือทินเนอร์ผสมน้ำยากันฝ้าบางๆ (Mist Coat) ลงบนผิวที่เป็นฝ้า ทินเนอร์จะเข้าไปละลายฟิล์มสีชั้นบนอีกครั้งเพื่อให้ความชื้นระเหยออกมา
ฝ้าหนาขุ่น: หากพ่นทับแล้วไม่หาย ให้รอจนสีแห้งสนิท แล้วใช้กระดาษทรายละเอียด (เบอร์ 600-800) ขัดผิวที่เป็นฝ้าออกเบาๆ จากนั้นจึงพ่นทับใหม่ในจังหวะที่อากาศแห้งกว่าเดิม หรือใช้ส่วนผสมที่มีน้ำยากันฝ้าช่วย
3. ตรวจเช็คอุปกรณ์พ่นสี
บางครั้งความชื้นไม่ได้มาจากอากาศอย่างเดียว แต่มาจาก "ถังลม"
ระบายน้ำออกจากถังลม: ต้องเดรน (Drain) น้ำออกจากถังลมทุกครั้งก่อนใช้งาน และควรติดตั้งชุดดักน้ำ (Water Trap) ที่สายลมก่อนเข้าปืนพ่นสี เพื่อป้องกันละอองน้ำพ่นออกมาพร้อมกับสี
เทคนิคเสริมจาก iFurman
ในวันที่ฝนตกหนัก หากจำเป็นต้องทำงานจริงๆ การเปิดพัดลมเป่าช่วยไล่ความชื้น "ห้ามเป่าเข้าหน้าชิ้นงานโดยตรง" เพราะจะยิ่งเร่งการระเหยของทินเนอร์จนเกิดฝ้าได้ง่ายขึ้น ให้เปิดพัดลมเพื่อช่วยให้อากาศในห้องไหลเวียนก็พอครับ
สรุป: ปัญหาสีเป็นฝ้าจัดการได้ด้วยการควบคุมระยะเวลาแห้งตัวของสี "น้ำยากันฝ้า" จึงเป็นไอเทมที่ช่างพ่นสีควรมีติดเวิร์กช็อปไว้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุมครับ
