ความเจ็บปวดที่สุดของคนรักบ้าน คือการเห็นรอยบุบหรือรอยข่วนบนหน้าบานพ่นสีสวยๆ ไม่ว่าจะเป็นรอยจากกุญแจรถ รอยกระแทกจากการย้ายของ หรือแม้แต่รอยเล็บสัตว์เลี้ยง มาดูขั้นตอนซ่อมแบบ Step-by-Step กันครับ
1. ประเมินระดับความเสียหาย
รอยขนแมว (Surface Scratches): รอยจางๆ บนชั้นเคลือบเงา ไม่เข้าถึงเนื้อสี
รอยลึกถึงเนื้อสี (Deep Scratches): เห็นสีรองพื้นหรือเนื้อไม้ด้านใน
รอยบุบ/กระแทก (Dents): เนื้อไม้พองหรือบุบลงไปเป็นหลุม
2. อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- สีพ่นเฉดเดิม (ถ้าไม่มี ให้ใช้ตัวอย่างสีไปเทียบซื้อสีพ่นกระป๋องสเปรย์)
- พู่กันเบอร์เล็ก (สำหรับแต้มรอยลึก)
- กระดาษทรายน้ำเบอร์ละเอียดพิเศษ (เบอร์ 1000 และ 2000)
- เคมีโป๊วไม้ (Wood Filler) หรือสีโป๊วรถยนต์ (ในกรณีรอยบุบลึก)
- ครีมขัดเงา (Polishing Compound) และผ้าไมโครไฟเบอร์
3. ขั้นตอนการซ่อมรอยขีดข่วนจางๆ
หากเป็นเพียงรอยขนแมวบนชั้นเคลือบ:
- ทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่นและคราบมัน
- ใช้ครีมขัดเงาป้ายลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์ แล้วขัดวนเป็นวงกลมบริเวณที่เป็นรอยเบาๆ
- เช็ดออกด้วยผ้าสะอาด รอยจะจางลงหรือหายไปทันที
4. ขั้นตอนการซ่อมรอยลึกหรือรอยกระแทก
หากรอยเข้าไปถึงเนื้อไม้ ต้องมีการเติมเต็มเนื้อสีก่อน:
การโป๊ว (ถ้ามีรอยบุบ): ใช้เคมีโป๊วแต้มลงในรูที่บุบ ทิ้งให้แห้งแล้วขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์ 1000 ให้เรียบเสมอผิวเดิม
การแต้มสี: ใช้พู่กันเบอร์เล็กจุ่มสีพ่นเฉดเดียวกับหน้าบาน แต้มลงไปในรอยเพียงเบาๆ (แนะนำให้แต้มให้นูนกว่าผิวจริงเล็กน้อย เพราะเมื่อสีแห้งจะมีการยุบตัว)
การขัดแต่ง: เมื่อสีแห้งสนิท (อย่างน้อย 24 ชม.) ให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ 2000 จุ่มน้ำแล้วขัดเบาๆ บริเวณที่แต้มสีไว้จนเรียบเสมอหน้าบานเดิม
การคืนความเงา: ตบท้ายด้วยครีมขัดเงาเพื่อให้บริเวณที่ซ่อมมีความเงาเท่ากับส่วนที่เหลือของเฟอร์นิเจอร์
เทคนิคพิเศษจาก iFurman
เก็บสีไว้เสมอ: เมื่อมีการทำบิวท์อินสีพ่น ควรขอแบ่งสีจริงจากช่างใส่กระป๋องเล็กๆ เก็บไว้เผื่อซ่อมแซมในอนาคต เพราะการผสมสีใหม่ให้ตรงเป๊ะ 100% นั้นทำได้ยากมากครับ
แสงสว่าง: เวลาซ่อมควรใช้ไฟฉายส่องเฉียงๆ กับพื้นผิว จะช่วยให้เราเห็นรอยและระดับความเรียบของการขัดได้ชัดเจนที่สุด
สรุป: การซ่อมรอยเล็กๆ ด้วยตัวเองนอกจากจะประหยัดค่าช่างแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์ให้ดูใหม่เสมอ โดยไม่ต้องรอให้รอยสะสมจนต้องทำสีใหม่ทั้งบานครับ
