สวัสดีครับเพื่อนช่างมือใหม่! ถ้าให้ลุงเลือกวัสดุทำสีไม้ที่ "มหัศจรรย์" ที่สุด ลุงขอยกนิ้วให้ แชล็ค (Shellac) ครับ ในขณะที่โลกเราเต็มไปด้วยสีเคมี สียูรีเทน หรือสีอะคริลิกที่ทำจากน้ำมันดิบ แต่แชล็คกลับเป็นผลิตภัณฑ์จาก "ธรรมชาติ 100%" ที่ให้ผลลัพธ์หรูหราจนฝรั่งเรียกว่าเป็นงานระดับ Museum Quality หรือคุณภาพระดับพิพิธภัณฑ์เลยทีเดียว
วันนี้ช่างเบิ้มจะพาไปดูว่าเจ้าสารสีทองๆ นี้มันมาจากไหน ทำไมมันถึง "เทพ" กว่าสีอื่น และเทคนิคที่ช่างพรีเมียมเขาใช้ผสมแชล็คกินเองที่บ้านครับ!
1. กำเนิดแชล็ค: "ขี้แมลง" ที่กลายเป็นของล้ำค่า
เชื่อไหมครับว่าแชล็คไม่ได้มาจากยางไม้เหมือนชื่อเรียก (สีย้อมไม้) แต่มันคือ "สารคัดหลั่งจากตัวครั่ง" (Laccifer lacca) ครับ น้องเป็นแมลงตัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ตามต้นไม้ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บ้านเรานี่เอง
กระบวนการ: ตัวครั่งจะดูดน้ำเลี้ยงจากต้นไม้แล้วขับสารเหนียวๆ ออกมาพอกกิ่งไม้ไว้เพื่อทำเป็นรังและป้องกันไข่ ช่างสมัยก่อนจะไปขูดเอาคราบเหล่านั้นมาสกัดเอาสิ่งเจือปนออก จนได้ออกมาเป็นแผ่นบางๆ สีทองหรือสีน้ำตาลที่เรียกว่า "แชล็คเกล็ด" นั่นเองครับ
2. แชล็คมีกี่แบบ? (มือใหม่ต้องดูให้ขาด)
เวลาเดินเข้าร้านวัสดุ คุณจะเจอแชล็คอยู่ 2 สถาบันหลักๆ:
แชล็คสำเร็จรูป (แบบขวด): สะดวกที่สุด มีเบอร์ 1-8 (สีจะเข้มขึ้นตามเบอร์) เปิดฝาปุ๊บทาได้ปั๊บ เหมาะกับงานซ่อมแซมเล็กๆ น้อยๆ
แชล็คเกล็ด (แบบถุง): มาเป็นแผ่นแห้งๆ คุณต้องเอามาแช่แอลกอฮอล์เอง ลุงแนะนำแบบนี้: เพราะมัน "สด" กว่า พลังการยึดเกาะดีกว่า และไม่มีสารกันเสียเหมือนแบบขวดครับ
3. ประสบการณ์ช่าง: ทำไมแชล็คถึง "ฆ่าไม่ตาย"?
ในยุคที่มีสีพ่นแห้งไว แชล็คก็ยังเป็นที่ต้องการ เพราะคุณสมบัติที่สีอื่น "เลียนแบบไม่ได้":
เป็น "สะพาน" เชื่อมสี: แชล็คมีความสามารถพิเศษคือมันเกาะกับสีทุกชนิด และสีทุกชนิดก็เกาะกับมันได้ ช่างจะเรียกแชล็คว่าเป็น "Universal Sealer" ถ้าคุณไม่รู้ว่าตู้ใบเก่าทาสีอะไรมา ให้ทาแชล็คขาวทับไปก่อนหนึ่งรอบครับ มันจะบล็อกสีเก่าไม่ให้ซึม และทำให้สีใหม่เกาะแน่นเป๊ะ
ซ่อมง่ายระดับเทพ: ถ้าโต๊ะแลคเกอร์คุณถลอก คุณต้องขัดทิ้งทั้งแผ่น แต่ถ้าโต๊ะแชล็คถลอก คุณแค่เอาแชล็คใหม่ทาทับลงไป แชล็คใหม่จะไป "ละลาย" แชล็คเก่าให้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันทันที รอยถลอกจะหายไปเหมือนเวทมนตร์ครับ!
4. เทคนิคที่เว็บทั่วไปไม่มี (The Alchemist's Secret)
นี่คือเคล็ดลับการผสมแชล็คให้ได้งานระดับ Masterpiece ครับ:
A. สูตร "แชล็คขาวปราศจากไข" (Dewaxed Shellac)
แชล็คธรรมชาติจะมี "ไข" (Wax) ผสมอยู่ประมาณ 3-5% ซึ่งเจ้าไขเนี่ยแหละที่ทำให้เวลาเราทาสีอื่นทับแชล็คแล้วมันมักจะลอก
Trick: ถ้าคุณซื้อแชล็คเกล็ดมาผสมเอง ให้แช่ทิ้งไว้จนละลาย แล้วตั้งทิ้งไว้เฉยๆ 2 วัน คุณจะเห็น "ตะกอนขุ่นๆ" ตกอยู่ก้นขวด นั่นคือไขครับ ให้คุณค่อยๆ รินน้ำใสๆ ด้านบนออกมาใช้ คุณจะได้แชล็คที่ใสเคลียร์และเกาะแน่นกว่าเดิม 10 เท่า!
B. การผสม "ยางสน" (Rosin) เพิ่มความแกร่ง
แชล็คเพียวๆ มักจะนิ่มและเป็นรอยขีดข่วนง่าย
Trick: ช่างรุ่นเก๋าจะแอบใส่ "ยางสน" บดละเอียดลงไปเพียง 5% ของปริมาณแชล็ค ยางสนจะช่วยให้ฟิล์มสีของแชล็คแข็งขึ้นและเงางามทนทานกว่าปกติครับ
C. "สแตมป์สี" ด้วยขมิ้นหรือฝาง
อยากได้แชล็คสีแปลกๆ ที่ดูโบราณไหมครับ?
Trick: ในขณะที่แช่เกล็ดแชล็คในแอลกอฮอล์ ให้ใส่ "ขมิ้นชันแห้ง" (ได้สีเหลืองทองสว่าง) หรือ "แก่นฝาง" (ได้สีแดงเข้มเลือดนก) ลงไปแช่ด้วย สีจากพืชธรรมชาติจะผสมเข้ากับแชล็คได้เนียนสนิท ให้เฉดสีที่ดูมีชีวิตชีวาแบบออร์แกนิกสุดๆ ครับ
5. วิธีใช้แชล็คให้ถูกต้อง (ฉบับมือใหม่)
1. ละลายให้ดี: ถ้าใช้แบบเกล็ด อัตราส่วนคือ แชล็ค 1 ส่วน ต่อ แอลกอฮอล์เมทิล (กอฮอล์ขาว) 4 ส่วน
2. กรองเสมอ: อย่าลืมกรองด้วยถุงน่องก่อนใช้ (ตามที่ลุงเคยสอนในบทความตอนที่ 7)
3. ทาบางๆ: แชล็คชอบให้ทาทับหลายๆ ชั้น (Thin coats) มากกว่าทาหนาๆ รอบเดียว
4. ความชื้นห้ามเกิน: ถ้าวันไหนฝนตก อย่าทาแชล็คเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์จะดูดความชื้นจากอากาศมาขังไว้ในผิวสี ทำให้งานเป็น "ฝ้าขาว" ทันทีครับ
สรุป: แชล็คคือ "ความภูมิใจ" ของช่างไม้
การเรียนรู้วิธีใช้แชล็ค คือการเข้าถึงหัวใจของงานไม้ประณีตครับ แม้มันจะดูเป็นของเก่าแก่ แต่มันคือวัสดุที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ (เพราะมาจากแมลงและแอลกอฮอล์) และให้ความสวยงามที่ยั่งยืน
