อาวุธคู่กายใช้จนลืมซื้อใหม่! คัมภีร์ดูแลรักษาปืนพ่นสีฉบับอมตะ 10 ปี โดยช่างเบิ้ม


มาครับเหล่าช่างไม้สายสเปรย์! วันนี้ "ช่างเบิ้ม" จะมาพูดถึงอุปกรณ์ที่เปรียบเสมือน "แขนขวา" ของช่างทำสี นั่นคือ "ปืนพ่นสี (Spray Gun)" นั่นเอง 

หลายคนซื้อปืนราคาแพงหลักพันหลักหมื่นมาใช้ แต่ใช้ไปได้แค่ 2-3 งาน ปืนตันบ้าง พ่นสีออกมาเป็นเม็ดบ้าง หรือลมรั่วจนน่ารำคาญ สุดท้ายก็ต้องทิ้งแล้วซื้อใหม่ บอกเลยว่าน่าเสียดายเงินแทนครับ! จริงๆ แล้วปืนพ่นสีตัวหนึ่งถ้าดูแลเป็นเนี่ย อยู่กับเราได้เป็นสิบปีจนส่งต่อให้ลูกหลานได้เลย วันนี้ช่างเบิ้มจะมาคายตะขาบวิชา "วิธีดูแลรักษาปืนพ่นสี ให้ใช้ได้นาน 10 ปี" เตรียมน้ำยาล้างปืนมาครับ ช่างเบิ้มจะสอนให้ถอดให้ล้างแบบลึกถึงไส้ถึงพุง! 

1. ทำไมปืนพ่นสีถึงพังไว? (รู้สาเหตุจะได้แก้ถูกจุด) 

ส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะการใช้งานครับ แต่พังเพราะ "การล้าง" 

- ล้างไม่สะอาด: สีแห้งคาเข็ม คานมหนู (Nozzle) พอจะมาใช้ครั้งหน้าสีเก่าก็ไปอุดทางเดินสี 

- แช่น้ำยาทิ้งไว้นานเกิน: มือใหม่ชอบถอดหัวปืนแช่ทินเนอร์ข้ามคืน ผลคือ "ซีลยาง" บวมและเปื่อยครับ 

- ใช้เครื่องมือผิดประเภท: เอาคีมคอม้าไปขันหัวปืนจนเกลียวรูด 

2. อุปกรณ์ "สปาปืน" ของช่างเบิ้ม 

- ทินเนอร์ล้าง (Cleaning Thinner): ใช้เกรดธรรมดาก็ได้ครับ ไม่ต้องใช้เกรดพรีเมียม 

- ชุดแปรงล้างปืน: แปรงขนอ่อน แปรงแยงรูจิ๋ว (คล้ายแปรงสีฟันและแปรงล้างขวดนมจิ๋ว) 

- วาสลีน หรือ จาระบีขาว (Non-Silicon Grease): ตัวนี้สำคัญมาก! 

- ประแจเฉพาะตัวที่มากับปืน: ห้ามใช้คีมทั่วไปเด็ดขาด 

3. ขั้นตอนการล้างหลังจบงาน: "ล้างแบบผ่านน้ำ" 

หลังพ่นสีเสร็จทันที อย่าเพิ่งถอดครับ 

- เทสีที่เหลือออกให้หมด เททินเนอร์ลงไปในถ้วยสีประมาณ 1 ใน 4 

- เอาผ้าอุดหน้าปืนไว้แล้วกดไกปืนเบาๆ ให้ลมย้อนกลับมาในถ้วยสี (Backflush) เพื่อให้ทินเนอร์เข้าไปล้างทางเดินสีด้านใน

- พ่นทินเนอร์ทิ้งใส่ถังขยะจนกว่าน้ำที่ออกมาจะใสแจ๋ว 

4. เทคนิคที่เว็บทั่วไปไม่มี: "วิชาเช็กเข็มพ่นสีด้วยวาสลีน (The Needle Lubrication)" 

เว็บทั่วไปจะบอกว่าล้างเสร็จแล้วประกอบคืนจบ 

วิชามารช่างเบิ้ม: เข็มพ่นสีมันต้องวิ่งเข้า-ออก ตลอดเวลาที่น้องกดไกปืน ถ้ามันแห้งสนิท สปริงจะล้าและซีลข้างในจะสึกไว 

เทคนิค: หลังจากล้างเข็มสะอาดแล้ว ให้เอา "วาสลีน" แตะที่โคนเข็มจางๆ ก่อนสอดกลับเข้าไป 
มันดียังไง? มันจะช่วยให้ไกปืนลื่นไหล ไม่สะดุด และวาสลีนจะช่วยเป็น "เขื่อน" เล็กๆ กันไม่ให้สีไหลย้อนกลับเข้าไปพังห้องลมด้านหลังปืนด้วยครับ (แต่ห้ามใช้จาระบีที่มีซิลิโคนนะ เพราะจะทำให้งานสีรอบหน้าเป็น "หลุม" ครับ) 

5. ขั้นตอนการ "ล้างใหญ่" (Deep Cleaning) 

อาทิตย์ละครั้ง หรือเมื่อสีเริ่มพ่นไม่ออก 

- ถอด Air Cap (ฝาครอบลม): ใช้แปรงขนอ่อนจุ่มทินเนอร์ขัดรูลมเล็กๆ ห้ามเอาเข็มเย็บผ้าไปแยงรูกลางเด็ดขาด! เพราะถ้าปากรูเบี้ยวแม้แต่นิดเดียว ลมจะเพี้ยน พ่นสีออกมาเบี้ยวทันที 

- ถอด Nozzle (นมหนู): ใช้ประแจที่แถมมากับปืนเท่านั้น ขันออกมาช้าๆ 

- ประสบการณ์ช่างเบิ้ม: ระหว่างล้าง ถ้าเจอสีที่แข็งติดแน่น ให้ใช้ "ไม้จิ้มฟัน" แซะเอาครับ เพราะไม้จะไม่ทำลายเนื้อโลหะของปืน 

6. การดูแล "ถ้วยสี (Cup)" และ "ทางเดินลม" 

- รูระบายอากาศที่ฝาถ้วย: มือใหม่ชอบลืมล้างตรงนี้ พอรูตัน ลมเข้าถ้วยไม่ได้ สีก็จะไม่ไหลออกครับ เอาเข็มเล็กๆ แยงรูนี้ได้เลย 

- กรองสี: ถ้าปืนน้องมีกรองเล็กๆ อยู่ที่ทางออกถ้วย ให้ถอดมาล้างทุกครั้ง อย่าปล่อยให้เศษสีอุดจนสีไหลช้า 

7. ประสบการณ์ช่าง: "เสียงปืนบอกอาการ" 

ใช้ปืนมานาน ช่างเบิ้มจะรู้เลยว่าปืนกำลังงอแงจากเสียงครับ 

- เสียงฟู่ๆ แบบลมรั่ว: แปลว่าซีลยางลมเริ่มเสื่อม หรือน้องขันฝาครอบไม่แน่น 

- พ่นแล้วสีออกมาเป็นจังหวะ (ปุดๆ): แปลว่ามีลมรั่วเข้าทางนมหนู หรือเข็มปิดไม่สนิท ให้เช็กการขันนมหนูว่าแน่นพอดีหรือยัง (ระวังอย่าแน่นเกินจนเกลียวขาดนะ!) 

8. วิธีเก็บรักษาเมื่อไม่ได้ใช้เวลานาน 

ถ้าน้องจะแขวนปืนไว้เป็นเดือน 

- อย่าปล่อยให้ปืนแห้งสนิทจนสนิมเกาะ (ปืนบางเกรดเป็นเหล็กผสม) 

- พ่นทินเนอร์ผสมน้ำมันเครื่องจางๆ ทิ้งไว้ในทางเดินสีเล็กน้อย เพื่อเคลือบผิวกันสนิม 

- คลายตัวปรับสปริงด้านหลังให้สุด เพื่อไม่ให้สปริงกดทับเข็มค้างไว้จนล้าครับ 

9. สรุปจากใจช่างเบิ้ม 

ปืนพ่นสีคือหัวใจของงานเฟอร์นิเจอร์ครับ ถ้าปืนดี งานสีก็สวยไปกว่าครึ่งแล้ว การเสียเวลาล้างปืนวันละ 10-15 นาที จะช่วยประหยัดเงินให้น้องได้หลายพันบาทในอนาคต 

คติช่างเบิ้ม: "รักปืนเหมือนรักเมีย ดูแลให้ดี แล้วปืนจะช่วยหาเงินเลี้ยงน้องไปได้อีกนานแสนนานครับ!" 

เป็นยังไงครับ วิชารักษาปืนให้เป็นอมตะของช่างเบิ้ม? ใครที่ปืนตันอยู่ตอนนี้ ลองเอาวิธีล้างใหญ่ไปใช้ดูนะ รับรองพ่นฟุ้งเหมือนได้ของใหม่เลย!