สวัสดีครับเหล่าช่างไม้หน้าใหม่ทุกคน! วันนี้ "ช่างเบิ้ม" จะพามาทำความรู้จักกับวัสดุเคลือบผิวที่เก่าแก่และขลังที่สุดในโลกอย่าง แชล็ค (Shellac) ครับ เชื่อไหมครับว่าเจ้าแชล็คเนี่ยมันไม่ได้ทำมาจากสารเคมีในโรงงานนะ แต่มันมาจาก "ขี้ครั่ง" หรือแมลงตัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ในป่าบ้านเรานี่แหละครับ
ถ้าเปรียบการทำเฟอร์นิเจอร์เป็นการทำอาหาร แชล็คก็คือ "เครื่องปรุงรสชั้นเลิศ" ที่จะดึงรสชาติ (ลายไม้) ให้ออกมาจัดจ้านที่สุด วันนี้ช่างเบิ้มจะพาไปดูว่าในงานช่างเฟอร์นิเจอร์จริงๆ เขาเอาแชล็คไปใช้ทำอะไรกันบ้างครับ
1. แชล็คคือ "กาววิเศษ" ที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน (The Universal Binder)
นี่คือหน้าที่หลักที่เว็บทั่วไปมักไม่ได้บอกคุณครับ แชล็คมีคุณสมบัติที่ "หน้าด้าน" มาก คือมันสามารถเกาะติดบนพื้นผิวแทบทุกชนิด และสารเคมีแทบทุกอย่างก็เกาะติดบนตัวมันได้ด้วย
- ใช้เป็นตัวกลาง: สมมติคุณมีงานเก่าที่ทาสีน้ำมันมา แต่อยากจะพ่นแลคเกอร์ทับ ถ้าพ่นไปตรงๆ สีจะพองยับเยินครับ แต่ถ้าคุณทาแชล็คคั่นกลางไว้ 1-2 รอบ แชล็คจะเป็น "กาว" ที่เชื่อมสีเก่ากับสีใหม่ให้เข้ากันได้แบบไร้รอยต่อครับ
2. "ตัวล็อกยางไม้" เบอร์หนึ่ง (The Sealer)
ไม้บางชนิด เช่น ไม้สน ไม้ยางพารา หรือไม้สัก มักจะมียางหรือน้ำมันซึมออกมาตลอดเวลา ทาสีอะไรไปก็มักจะเหลืองหรือพอง
- หน้าที่ของแชล็ค: แชล็คจะเข้าไป "ซีล" หรือปิดรูพรุนของไม้ให้สนิทครับ มันจะล็อกยางไม้ไว้ข้างล่างไม่ให้ผุดขึ้นมาทำลายความสวยงามของสีชั้นบน ช่างเบิ้มเรียกขั้นตอนนี้ว่าการ "ลงสีรองพื้น" นั่นเองครับ
3. ดึง "มิติ" ของลายไม้ (The Depth Creator)
ถ้าคุณใช้แลคเกอร์พ่น งานจะดูเหมือนไม้โดนเคลือบพลาสติกครับ แต่งานแชล็คจะต่างออกไป
- โชว์ลายไม้: แชล็คจะซึมลงไปในเสี้ยนไม้และทำให้ลายไม้ดู "ลึก" และ "ฉ่ำ" ขึ้นมาทันตาเห็น โดยเฉพาะถ้าคุณใช้แชล็คเกล็ดสีเหลืองทอง (Amber) ทาลงบนไม้สีน้ำตาล ลายไม้จะดูมีชีวิตชีวาเหมือนมันขยับได้เวลาเราเดินผ่านเลยล่ะครับ
4. เทคนิคที่เว็บทั่วไปไม่มี (ช่างเบิ้ม's Master Secrets)
นี่คือเคล็ดลับที่ช่างเบิ้มใช้ปั้นงานให้ดูแพงกว่าใครครับ:
A. เทคนิค "การเช็กความเรียบด้วยแชล็คบาง" (The Truth Coat)
เวลาขัดไม้ดิบ บางทีเรามองไม่ออกว่าขัดเนียนหรือยัง หรือมีรอยขีดข่วนตรงไหนไหม
- Trick: ให้ผสมแชล็คบางๆ (แชล็ค 1 ส่วน : แอลกอฮอล์ 10 ส่วน) ทาผ่านๆ ไป 1 รอบครับ น้ำยาแชล็คจะไปทำให้รอยขีดข่วนที่มองไม่เห็น "ฟ้อง" ออกมาทันที ตรงไหนขัดไม่ดีมันจะเข้มกว่าจุดอื่น คราวนี้คุณก็จะได้รู้ว่าต้องกลับไปขัดซ้ำตรงไหนก่อนจะลงสีจริงครับ!
B. เทคนิค "แชล็คกันขอบด่าง" (The Edge Guard)
เวลาเราทาสีย้อมไม้ (Wood Stain) ตรง "หัวไม้" หรือ "ขอบไม้" มักจะดูดสีจนดำปิ๊ดปี๋ดูไม่สวย
- Trick: ให้ทาแชล็คขาวบางๆ ตรงขอบไม้เหล่านั้นก่อนครับ แชล็คจะไปปิดรูพรุนที่หัวไม้ไว้ชั่วคราว พอคุณย้อมสีทับลงไป สีจะไม่ซึมลึกเกินไป ทำให้สีขอบไม้เท่ากับสีหน้าไม้ เนียนตาเป๊ะๆ เลยครับ
C. "การซ่อมรอยถลอกแบบด่วน" (The Quick Fix)
- Trick: แชล็คแห้งไวมาก (ประมาณ 10-15 นาที) ถ้าคุณมีเฟอร์นิเจอร์ที่รอยข่วนเล็กน้อย ให้ใช้พู่กันจุ่มแชล็คแต้มลงไปตรงรอยนั้นครับ แชล็คจะหลอมรวมกับฟิล์มสีเดิมได้ดีกว่าน้ำยาตัวอื่น ทาเสร็จแล้วใช้ผ้าถูเบาๆ รอยขีดข่วนจะหายวับไปทันทีครับ
5. ประสบการณ์ช่าง: "แชล็คคือมิตรแท้ของงานฟื้นฟู"
ช่างเบิ้มเคยรับงานซ่อมตู้โบราณอายุกว่า 50 ปีที่สภาพเยินมาก เจ้าของเดิมทาสีน้ำมันทับมาจนหนาเตอะ
- คำแนะนำจากช่างเบิ้ม: หลังจากขัดสีเก่าออกจนเห็นเนื้อไม้แล้ว ช่างเบิ้มไม่ใช้แลคเกอร์เลยครับ แต่ใช้แชล็คสกัดไขทาวนหลายๆ รอบ งานที่ได้ออกมาคือความ "ขลัง" ที่น้ำยาเคมีสมัยใหม่ทำไม่ได้ ผิวไม้จะดูนวลและนุ่มนวลต่อการสัมผัส ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เฟอร์นิเจอร์ไม้มีคุณค่าครับ
สรุป: แชล็คทำได้มากกว่าที่คุณคิดสรุปสั้นๆ คือ แชล็คใช้ได้ตั้งแต่ "รองพื้น" "กันยางไม้" "เชื่อมสี" ไปจนถึง "เคลือบเงาชั้นสุดท้าย" ครับ มันคืออุปกรณ์อเนกประสงค์ที่ช่างไม้ฝึกหัดควรมีติดบ้านไว้เป็นอันดับแรก
